ธันวาคม 16, 2019

บทสรุปหลังเกม หงส์แดง เปิดรังจม เรือใบสีฟ้า

         “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังล้างอารรพ์ในการฟาดแข้งกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในถิ่น “แอนฟิลด์” ไม่ได้ หลังบุกมาแพ้ให้กับเจ้าถิ่นอีกครั้ง ทำให้ต้องร่วงไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง

ลิเวอร์พูลยังคงรักษาฟอร์มแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยบิ๊กแมตช์จากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาเปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 3-1 ครองจ่าฝูงต่อไป พร้อมทั้งเขี่ย“เรือใบสีฟ้า”ร่วงมารั้งอันดับ 4 ของตาราง ทิ้งห่างไปเป็น 9 คะแนน

โดยในเกมดังกล่าวเกิดประเด็นดราม่าจากจังหวะแฮนด์บอลของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในช่วงต้นครึ่งแรกจนส่งผลให้เจ้าถิ่นออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีการใช้ วีเออาร์ ตรวจสอบผู้ตัดสินยังคงยืนยันว่าเป็นประตูเช่นเดิม แม้ว่าในวีเออาร์จะปรากฎว่าแขนของ เทรนต์ นั้นอยู่ผิดที่ผิดทาง

ส่วนประตูที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล ท่ามกลางข้อกังขาซึ่งเป็นอีกครั้งที่ วีเออาร์ ยืนยันว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ล้ำหน้า รวมถึงอีกจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ส่งบอลไปโดนมือของ เทรนต์ ในกรอบเขตโทษ ทว่าผู้ตัดสินยังคงยืนยันที่จะไม่เป่าเป็นจุดโทษ ทำเอาหลายคนเริ่มไม่มั่นใจถึงมาตรฐานของ วีเออาร์

ฟาบินโญ่ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ หลังเป็นผู้ปลดล็อคประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเจ้าตัวจะทำผลงานได้ไม่ดีนักเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในฤดูกาลนี้ถือเป็นขุมกำลังสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว ในขณะที่แนวรุกรายอื่นๆ ของ “หงส์แดง” ก็จัดว่าไม่ธรรมดาเลยเช่นกัน สวนทางกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีโอกาสยิงประตูมากกว่าแต่ไม่เฉียบคมพอจะเป็นประตูได้

อีกประเด็นที่สำคัญที่ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ต้องพบกับความพ่ายแพ้ คืออาการบาดเจ็บของแกนหลักอย่าง เอแดร์สัน และ ดาบิด ซิลบา เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องส่ง เคลาดิโอ บราโว่ ลงสนามหลังจากที่ร้างราจากสนามไปเป็นเวลานาน ทำให้ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปไกล และในแดนกลางภาระหนักตกไปอยู่กับ เควิน เดอ บรอยน์ เพียงคนเดียว ซึ่งในเกมใหญ่เช่นนี้ไม่เพียงพอที่จะสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้นั่นเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *