มีนาคม 29, 2020
ไมเคิล โอเวน ตำนานแห่งสองคู่แค้น

“ไมเคิล โอเวน ตำนานแห่งสองคู่แค้น”

ไมเคิล โอเวน คงไม่มีแฟนลูกหนังคนใดไม่รู้จักใช่มั้ยครับ ช่วงนี้หลังจากเลิกค้าแข้งเขาหันมาเอาดีทางการเป็น Pundit หรือผู้วิเคราะห์เกมให้กับทางพรีเมียร์ลีก ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมีเสน่ห์บวกความรู้ความเข้าใจเกม เหมือนเขาจะทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้ยามสมัยเมื่อโลดแล่นอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวขจี

ดูไปแล้วก็อดย้อนคิดถึงสมัยได้รับสมญาว่าเป็น “เบบี้โกล์” ในยุคเดียวกับ “เพชฌฆาตหน้าทารก” อย่าง โอเล กุนนาร์ โซลชา ซึ่งปัจจุบันนั่งแท่นกุนซือถิ่นโอลด์ แทร์ฟฟอร์ด ช่วงนั้นนับว่า โอเวนเป็นนักเตะมหัศจรรย์แห่งเกาะอังกฤษ ติดทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี ต่อมาก็ดังระเบิดเถิดเทิงกับทีมชาติอังกฤษในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 1998 ที่เขาลากบอลเข้าไปยิงประตูทีมอาร์เจนตินาอย่างสุดสวย ในเวลาเพียงไม่นานกลายเป็นขวัญใจ “เดอะ ค็อป” ทั่วโลกรวมทั้งในเมืองไทย

คงยังจำกันได้ว่าหลังจากพา “หงส์” ได้เทรเปิลแชมป์เมื่อปี 2001 ในยุคของเชราร์ อุลลิเยร์ “เบบี้โกล” ได้เดินทางมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนบอลชาวสยามในนัดเฟรนลี่ย์แมทช์ที่กรุงเทพฯ

ลิเวอร์พูล ยุคนั้นโอเวนจับคู่กับเอมิล เฮสกีย์ กองหน้าที่หลายๆคนอาจจะชอบใจฟอร์มนัก แต่ไม่น่าเชื่อนะครับ โอเวนนั้นเคยเปิดใจว่า ในบรรดาคู่ขาที่เขาเล่นร่วมด้วยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ร็อบบี ฟาวเลอร์, ยารี ลิตมาเนน รวมทั้ง อลัน เชียเรอร์, เวย์น รูนีย์ ในทีมชาติอังกฤษ เขาชอบจับคู่กับเฮสกีย์มากที่สุด

เพราะเข้าขารู้ใจแม้จะมีความแตกต่างกันทุกทาง ทั้งเรื่อง รูปร่าง, สความถนัดต่างๆ แต่มันกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

ถ้าขีดเส้นจบแค่นี้ ไมเคิล โอเวน น่าจะกลายเป็นตำนานในถิ่นแอนฟิลด์ได้ไม่ยาก แต่พอปี 2004 ยุคของ ราฟา เบนิเตซ เขากลับตัดสินใจย้ายทีมหลังได้รับข้อเสนอจาก เรอัล มาดริด ยุคกาแลคติกอส ทั้งๆที่มีเสียงเพื่อนๆทัดทานว่า “ย้ายไปแล้ว เอ็งจะได้เล่นตัวจริงหรือวะไอ้ทิด?”

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *